พรากผู้เยาว์ กฎหมายมุ่งคุ้มครองใคร?
ใครคือผู้เยาว์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยมาตรา ๑๙ บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ ดังนั้นบุคคลทีังชายและหญิงเมื่อยังมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์จึงยังเป็นผู้เยาว์
ส่วนคดีพรากผู้เยาว์เป็นความผิดอาญามีโทษทางอาญาเช่นจำคุก
มีกฎหมายบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาจำกัดอายุไม่เกิน ๑๘ ปี คำว่า "พราก" คือการพาไปแยกไปจากอำนาจปกครองของบิดามารดาหรือผู้ดูแลปกครอง กฎหมายมุ่งคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กหรือผู้เยาว์นั้น มิใช่ตัวเด็กหรือผู้เยาว์ที่ถูกพราก
การแยกอำนาจปกครองไปจากบิดามารดาแม้เด็กจะขออนุญาตผู้ปกครองออกบ้านไปเองไปอยู่ที่ใดก็ตามหากบิดามารดาผู้ปกครองยังดูแลเอาใจใส่อยู่ย่อมอยู่ในอำนาจปกครองเสมอ แม้แยกออกไปเพียงระยะเวลาสั้นๆ เมื่อไม่มีเหตุอันสมควรแล้วเป็นความความผิดต้องระวางโทษทางอาญาตามกฎหมาย (ฎ. ๔๐๕๗/๒๕๖๒, ๒๘๒๙/๒๕๖๓)
"พราก"จะมีอยู่สองกรณี
- พรากเด็กคืออายุไม่เกิน ๑๕ (ป.อ.มาตรา ๓๑๗) ไม่มีเหตุอันสมควรไม่ว่ากรณีใดและเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามผิดทุกกรณีโทษคือจำคุกสามปีถึงห้าปี, ปรับหกหมื่นถึงสามแสนบาท แต่ถ้าเป็นการแสวงหากำไรหรือเพื่อการอนาจารจะมีโทษหนักกว่าอีก คือจำคุกห้าปีถึงสิบปี,ปรับหนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท รวมถึงผู้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากตัวเด็กหรือรับเด็กที่ถูกพรากมาก็เป็นความผิดเหมือนผู้กระทำการพราก
- พรากผู้เยาว์คืออายุเกิน ๑๕ แต่ไม่เกิน ๑๘ (ป.อ.มาตรา ๓๑๘-๓๑๙) มีสองกรณีคือการเต็มใจไปด้วยกับไม่เต็มใจไป ถ้าเป็นกรณีเพื่อหากำไรเพื่ออนาจารแม้เด็กจะเต็มใจไปก็เป็นความผิด การที่พรากไปเพื่ออนาจารแม้ยังไม่ได้กระทำอนาจารก็เป็นความผิดสำเร็จแล้วไม่ต้องมีผลของการกระทำ

แสดงความคิดเห็น