บาปเจ็ดประการที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา

 

คุณรู้หรือไม่? บาป 7 ประการที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา และ 5 อาวุธลับสำหรับกำจัดมันให้สิ้นซาก

จุดเริ่มต้นของความทุกข์ที่แท้จริง

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางครั้งเราถึงรู้สึกหงุดหงิด โกรธ หรือยึดติดกับบางสิ่งบางอย่างโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน? หรือทำไมเราถึงทำนิสัยเดิมๆ ซ้ำๆ ทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี? คำตอบอาจซับซ้อนกว่าที่เราคิด แนวคิดทางพุทธศาสนาได้อธิบายถึงรากเหง้าของปัญหาเหล่านี้ว่าไม่ใช่แค่ "การกระทำ" ที่เราแสดงออก แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า "อนุสัยกิเลส" ซึ่งเปรียบเสมือนกิเลสที่นอนดองอยู่ในสันดานของเรามาตั้งแต่ภพชาติปางก่อน  บทความนี้จะเปิดเผยศัตรูภายในเหล่านี้ให้คุณได้รู้จัก และมอบ "อาวุธ" สำหรับกำจัดมันให้สิ้นซาก ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้

มุมมองใหม่: "บาป" ไม่ใช่แค่การกระทำ แต่คือ "กิเลสที่นอนเนื่อง"

ในความหมายทางธรรม "บาป" ที่เราจะพูดถึงนี้ ไม่ได้หมายถึงการกระทำชั่วเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงรากเหง้าที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ "อนุสัยกิเลส" ซึ่งเป็นกิเลสที่ซ่อนเร้นและนอนเนื่องอยู่ในจิตใจของแต่ละบุคคล มันคือสิ่งที่ติดตัวเรามาข้ามภพข้ามชาติ และหากไม่ได้รับการแก้ไข มันก็จะผุดขึ้นมาสร้างปัญหาและความทุกข์ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

กิเลสที่นอนเนื่องเหล่านี้พร้อมจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเสมอเมื่อมีสิ่งเร้าจากภายนอกเข้ามาผ่าน ทวารทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เมื่อเราเห็นรูป ได้ยินเสียง หรือรับรู้สิ่งต่างๆ กิเลสที่ซ่อนอยู่ก็จะแสดงตัวออกมาเป็นความอยาก ความโกรธ หรือความหลงนั่นเอง

เปิดรายการ: อนุสัยกิเลส 7 ประการที่ซ่อนอยู่ในใจเราทุกคน

อนุสัยกิเลสที่นอนดองอยู่ในจิตใจของเราทุกคนนั้นมีอยู่ 7 ประการหลักๆ ได้แก่

  1. ความติดใจในกาม: คือความพึงพอใจในรูป,รส ,กลิ่น,เสียงเช่น การเสพติดความสุขจากการดูหนังหรือกินของอร่อยฯ
  2. ความติดใจในภาพ 
  3. ความโกรธ
  4. ความเย่อหยิ่งถือตัว
  5. ความเห็นผิด
  6. ความสงสัยลังเลในสิ่งที่ควรเชื่อ
  7. ความหลง ความโง่: คือการไม่รู้ตามความเป็นจริง หรือที่เรียกว่า "อวิชชา" 

เมื่อเราเห็นหน้าตาของ "บาป" ที่ซ่อนเร้นทั้ง 7 ชนิดแล้ว พระพุทธองค์ไม่ได้ทิ้งให้เราเผชิญหน้ากับมันโดยลำพัง แต่ได้ประทาน "อาวุธ" หรือเครื่องมือทางปัญญา 5 ชนิดสำหรับเข้าประหัตประหารกิเลสเหล่านี้ให้สิ้นซากไป

เครื่องประหารบาป 5 อย่าง: อาวุธทรงพลัง

การจะกำจัดกิเลสที่ฝังรากลึกได้นั้น จำเป็นต้องมีเครื่องมือหรือ "เครื่องปะหาน" ที่ทรงพลัง ซึ่งเปรียบเสมือนอาวุธเครื่องมือทั้ง 5 ประการนี้เป็นการปฏิบัติที่เป็นลำดับขั้น จากเทคนิคพื้นฐานที่ใช้ข่มกิเลส ไปจนถึงปัญญาระดับสูงที่ถอนรากถอนโคนกิเลสได้อย่างสิ้นเชิง

  1. ละได้ด้วยพระกรรมฐาน: ใช้การฝึกสมาธิภาวนาเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการประหานกิเลส
  2. ละได้ด้วยอำนาจของสมาธิ คือ ฌาน: ใช้กำลังของสมาธิในระดับลึก  เพื่อข่มกิเลสไว้ เป็นการระงับชั่วคราวเหมือนการนำหินก้อนใหญ่ไปทับหญ้าไว้ ไม่ให้มันงอกงามขึ้นมารบกวนจิตใจ
  3. ละได้ด้วยอำนาจอริยมรรค: ใช้ปัญญาที่เกิดจากการเจริญวิปัสสนาในหนทางของพระอริยเจ้า ซึ่งแตกต่างจากการข่มไว้ เพราะนี่คือขั้นตอนของการ ถอนรากถอนโคน กิเลส เปรียบเหมือนการขุดหญ้าออกไปทั้งราก ทำให้ไม่สามารถกลับมาเติบโตได้อีก
  4. ละได้ด้วยอำนาจอริยผล: นี่ไม่ใช่เครื่องมือในการต่อสู้ แต่คือ สภาวะแห่งความสงบ อันเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการใช้ปัญญาแห่งอริยมรรคถอนกิเลสออกไปแล้ว เป็นสภาวะที่จิตเป็นอิสระจากการรบกวนของกิเลสเหล่านั้น
  5. ละได้ด้วยสลัดทิ้งไม่ให้เหลือ: การละกิเลสได้อย่างสิ้นเชิง ไม่หวนกลับมาอีก บรรลุถึง อรหัตผล อันเป็นเป้าหมายสูงสุด
  6. จะเห็นได้ว่าการละอนุสัยกิเลสนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการปฏิบัติอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ตั้งแต่การฝึกฝนเบื้องต้นไปจนถึงการใช้ปัญญาระดับสูง

ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลง

การทำความเข้าใจ "อนุสัยกิเลส" ทั้ง 7 ประการ และการรู้จัก "เครื่องประหาร" ทั้ง 5 อย่าง ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเดินทางเพื่อการต่อสู้กับศัตรูที่แท้จริง การยอมรับว่าเรามีเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์เหล่านี้อยู่ภายใน คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

แล้ววันนี้ คุณจะเริ่มต้นด้วยการฝึก "สมาธิ" เพื่อข่มกิเลส หรือจะเริ่มศึกษาเพื่อเตรียมถอนรากถอนโคนมัน? การเลือกหยิบอาวุธชิ้นแรกขึ้นมา คือชัยชนะก้าวที่สำคัญที่สุด

แสดงความคิดเห็น

To Top
ริบบิ้นไว้อาลัยสีดำ